top of page

กติกาของการทะเลาะเครื่องมือจัดการความขัดแย้งในครอบครัวเริ่มต้นที่สามี-ภรรยา

ผมได้มีโอกาสอ่านต้นฉบับหนังสือเล่มใหม่ของ ศ.นพ.วันชัย วัฒนศัพท์ ที่มีชื่อว่า “คืนความสุขให้ชีวิตคู่” และพบว่าเป็นหนังสือที่น่าสนใจมาก ในหนังสือพูดถึงปัญหาและเครื่องมือ 12 วิธีที่จะช่วยแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในครอบครัว โดยเนื้อหาเริ่มต้นจากปัญหาของคนสองคนที่เป็นต้นกำเนิดของทุกครอบครัว นั่นก็คือสามี-ภรรยา คนสองคนที่แม้จะรักกันมากแค่ไหนก็ยังหนีไม่พ้นที่จะทะเลาะกัน ทั้งยังเป็นทั้งจุดเริ่มต้นหรือจุดรอยต่อที่สำคัญของธุรกิจครอบครัวอีกด้วย หนังสือเล่มนี้พูดถึงความขัดแย้งในแง่มุมที่น่าสนใจ ผมจึงได้นำเนื้อหาบางส่วนจากหนังสือเล่มนี้มาเล่าสู่กันฟังในวันนี้ครับ



มีหนังสืออยู่หลายเล่มที่พูดถึงการสื่อสาร และมีอีกหลายเล่มที่พูดถึงการบริหารธุรกิจ แต่มีน้อยเล่มที่พูดถึงธุรกิคืนความสุขให้ชีวิตคู่จครอบครัว และยิ่งน้อยลงไปอีกที่พูดถึง “การสื่อสารกันในครอบครัว” ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว เจมส์ เครย์ตัน นักจิตวิทยาชื่อดังชาวสหรัฐฯได้อธิบายไว้ในหนังสือ “How Loving Couples Fight” ว่าคู่สามีภรรยามีโอกาสเสี่ยงต่อความขัดแย้งที่อาจนำไปสู่การหย่าร้างกันได้ หากไม่มีการสร้างกติกาของการอยู่ร่วมกัน โดยเฉพาะ “กติกาของการทะเลาะกัน” เพราะแม้แต่เรื่องที่ดูธรรมดาๆ ที่เกิดขึ้นทุกวันในบ้านก็อาจจะนำไปสู่ความแตกแยกอย่างรุนแรงได้



“ตีกรอบของปัญหา” พร้อม “สื่อสารทางอารมณ์”

มีสามีภรรยาคู่หนึ่งมาหา เจมส์ เครย์ตัน เพื่อขอปรึกษา ด้วยความหมดหวังที่จะรักษาความสัมพันธ์ระหว่างกัน ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อสามีเริ่มทำงานนอกเวลา กลับบ้านดึกๆ และไม่มีพลังเหลือสำหรับภรรยา ทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกทิ้งและเริ่มคิดไปว่าสามียังรักเธออยู่หรือเปล่า สถานการณ์นี้เป็นปัญหาใหญ่สำหรับเธอ ส่วนตัวสามีนั้น จริงๆ แล้วกำลังรู้สึกตื่นเต้นกับการทำโครงการหนึ่งเป็นอย่างมาก โดยไม่ได้มองว่าการที่เขาไม่ได้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับภรรยาในช่วงนี้มันจะเป็นปัญหาเลย 

จนวันหนึ่งฝ่ายภรรยาได้ยื่นคำขาดว่า ถ้ายังต้องการที่จะอยู่ด้วยกันต่อไป เขาจะต้องหยุดทำงานนอกเวลาหามรุ่งหามค่ำทันที หลังจากนั้น การต่อสู้ทางอำนาจ ก็เกิดขึ้น เขากล่าวหาว่าเธอเป็นคนขี้ระแวงขณะที่เขาใช้เวลาไปกับงาน เขาคิดว่าเธอไม่ต้องการให้เขามีความสุขกับการทำงาน ส่วนภรรยาก็สวนว่าฝ่ายสามีเห็นการทำงานสำคัญกว่าชีวิตคู่ที่จะต้องอยู่ร่วมกัน 

ความขัดแย้งที่ดูจะลุกลามใหญ่โตกลับยุติได้เมื่อทั้งคู่พยายาม ตีกรอบของปัญหา ทั้งคู่นั่งพูดคุยกัน และเธอก็ยอมถอนคำขาดที่ได้พูดออกไปเมื่อเธอบอกกับสามีว่าเธอรู้สึกเหมือนถูกทิ้งขว้างเดียวดายและเธอแค่ต้องการความมั่นใจว่าเขายังรักเธออยู่ ฝ่ายสามีก็สารภาพว่าเขารู้สึกเหมือนถูกกดดันให้เลือกระหว่างภรรยากับงาน 

เมื่อทั้งคู่หันมา พูดถึงความรู้สึกของกันและกัน ทั้งคู่ก็สามารถหาทางออกร่วมกันได้โดยง่าย ทั้งคู่ตกลงกันว่าจะใช้เวลาสุดสัปดาห์ร่วมกันเดือนละครั้ง เป็นทางออกที่ทำให้ทั้งสองฝ่ายพึงพอใจ จากกรณีนี้จะเห็นว่าปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพราะทั้งคู่รักกันไม่พอ แต่เป็นเพราะไม่รู้จักที่จะสื่อสารกันโดยเฉพาะการสื่อสารทางอารมณ์และความรู้สึก แทนการที่ต่างคนต่างคิดกันไปเองต่างๆนานา

ในครอบครัวหนึ่ง เมื่อสามีหรือภรรยาหรือทั้งสองคนเริ่มรู้สึกว่าคู่สมรสไม่รักเรา เขาและเธอจะรู้สึกหงุดหงิด แยกตัว เป็นกังวล รู้สึกว่าถูกลืม หรือแม้แต่ทิ้งขว้าง อารมณ์เหล่านี้เป็นปัญหาที่ต้องการความสนใจ เมื่อความรู้สึกของคู่สมรสมีความหมายต่อคุณ คุณจึงต้องตอบสนองความรู้สึกเหล่านั้นเท่าที่จะสามารถทำได้ 

อย่างไรก็ดี ถ้าเรารู้สึกว่าถูกบีบบังคับหรือถูกควบคุม มันจะยากมากที่จะตอบสนอง เราจึงมักจะพยายามถอยหนี และสร้างกำแพงเพื่อกันตัวเราออกมาแทนที่จะแชร์ความรู้สึกของกันและกัน ซึ่งเป็นทางออกของปัญหา บางทีคำพูดที่เป็นการสื่อสารถึงความรู้สึกเช่น “ฉันรู้สึกเหมือนถูกทิ้งไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิดเหมือนอย่างที่ฉันต้องการ” น่าจะดีกว่าคำพูดเดิมๆ ที่มักจะพูดออกไปว่า “อาทิตย์หน้าอยู่บ้านบ้างนะ สนใจเรื่องของครอบครัวบ้าง!”


ได้คิดเพราะทะเลาะกัน

ครอบครัวที่อยู่ใกล้ชิดกันมากๆ บางทีก็มีปัญหาเพราะไม่รู้วิธีที่จะสื่อสารระหว่างกัน ไม่รู้จักฟังกัน ทุกครอบครัวก็เช่นกัน ที่มีความขัดแย้งมีการทะเลาะกัน ผู้เขียนเคยถามผู้เข้ารับการอบรมในหลายๆ หลักสูตรว่า “ใครแต่งงานแล้วบ้าง” ก็จะมีคนจำนวนหนึ่งยกมือ เมื่อถามต่อว่า “คนที่ยกมือว่าแต่งงานแล้ว ใครไม่เคยขัดแย้งหรือทะเลาะกับแฟนบ้าง” ปรากฏว่าไม่มีใครสักคนยกมือ แสดงว่าทุกครอบครัวขัดแย้งหรือเคยทะเลาะกัน 

คำพังเพยของไทยยังมีข้อสรุปให้ต่อว่า “ยิ่งขัดแย้งยิ่งลูกดก” แต่สังคมไทยสมัยใหม่กลับมองว่าคนที่ขัดแย้งกันนั้นไม่ใช่สุภาพชน เจมส์ เครย์ตัน ให้ความเห็นว่า “ความเชื่อหลายๆ อย่างน่าจะไม่ถูกต้อง เช่นเชื่อว่าคู่รักที่หย่ากันไปเพราะรักกันไม่พอ หรือ ความเชื่อที่ว่าฉันเป็นสุภาพชน ดังนั้น ฉันไม่ทะเลาะกับใคร” สังคมทั้งไทยและเทศมองว่าการทะเลาะกันนั้นไม่ดี ควรหลีกเลี่ยง แต่ความเชื่อเหล่านี้อาจไม่ถูกต้องเสมอไป การทะเลาะกันมีข้อดีที่ทำให้เรารู้จักที่จะหันกลับมาสื่อสารกันใหม่ ด้วย “กติกาของการทะเลาะกัน” ทำอย่างไรเราจะได้ประโยชน์จากการทะเลาะกัน 


“กติกาของการทะเลาะ”

สามีและภรรยามาจากครอบครัวที่ต่างกัน ต่างคนต่างมองและจัดการกับความขัดแย้งด้วยวิธีที่แตกต่างกัน แต่ละคนจะมีกติกาของการทะเลาะวิวาทที่ซ่อนเร้นอยู่ ซึ่งติดตัวมาตั้งแต่เรายังเป็นเด็ก เราเรียนรู้ “กติกาที่ซ่อนเร้น” นี้จากครอบครัวดั้งเดิมของเราเอง เจมส์ เครย์ตัน ยกตัวอย่างเขาเอง ซึ่งเติบโตมาในครอบครัวที่มองว่าความขัดแย้งเป็นเรื่องต้องห้าม เมื่อเกิดความขัดแย้งทุกคนจะรู้สึกอึดอัดทันที พ่อของเจมส์จะตอบสนองต่อความขัดแย้งโดยการหลบเข้าไปในห้องน้ำและจะไม่มีใครเข้าไปยุ่งกับเขาอีก มันเป็นกติกาของครอบครัวที่ว่าพ่อมีสิทธิจะอยู่ในนั้นจนกว่าเขาจะอยากออกมาเอง 

ต่างกับภรรยาของเจมส์ ซึ่งมาจากครอบครัวที่สอนให้ทุกคนต้องเผชิญหน้าพูดกันทันทีหากมีความขัดแย้งเกิดขึ้น เจมส์ไม่เคยเผชิญหน้ากับพ่อของเขาเลยในชีวิตและไม่เคยเห็นใครเผชิญหน้ากับพ่อเขาสำเร็จเลยด้วย แต่สถานการณ์กำลังจะเปลี่ยนไปเมื่อภรรยาของเจมส์เข้ามาในครอบครัว วันหนึ่งเจมส์ตัดสินใจเข้าไปคุยกับพ่อในเรื่องที่ค้างคาใจมานาน ทันทีที่เขาเอ่ยปากพูด สีหน้าของพ่อก็เปลี่ยนไป เขาดูตกใจ หลบเข้าไปห้องน้ำและขังตัวเองอยู่ในนั้น เจมส์รู้สึกหมดเรี่ยวแรง ความรู้สึกทั้งหลายที่เขากำลังเผชิญอยู่เป็นความรู้สึกที่คุ้นเคย มันเป็นความรู้สึกหมดหวังในการเผชิญหน้ากับความขัดแย้ง 

แต่ภรรยาของเจมส์ กลับมีการตอบสนองที่ต่างไป เธอลุกขึ้นเดินไปห้องน้ำที่พ่อของเจมส์ซ่อนตัวอยู่ และทุบประตูเรียกให้พ่อออกมาคุยกันกับเจมส์ ในขณะที่ความรู้สึกเดิมๆ แต่วัยเด็กกำลังถาโถมเข้าใส่ เจมส์กลับรู้สึกโกรธภรรยาที่ไปทุบประตูและตะโกนใส่พ่อของเขา เจมส์มองพฤติกรรมของภรรยาว่าเธอกำลังละเมิด “กติกาของครอบครัว” ไม่มีใครเคยทำอย่างนี้กับพ่อ ถึงแม้เขาจะเข้าใจว่าภรรยากำลังสนับสนุนและยืนอยู่เคียงข้างเขา 

ส่วนลึกในใจของเขากำลังคิดว่า “คุณผิดนะที่ไปทำอย่างนั้นกับพ่อผม” เพราะเธอได้ละเมิดกติกาของครอบครัวของเขา เจมส์ต้องการให้เธอหยุดและบอกเธอว่าทำแบบนี้ไม่ถูกต้อง ทั้งๆ ที่เขารู้ว่า “กติกาเก่า” นั้นเป็นอันตรายต่อครอบครัว หลังการทุบประตูอยู่หลายครั้งและตะโกนใส่ พ่อของเจมส์ได้ขู่ที่จะเรียกตำรวจ แต่สุดท้ายเขาก็เปิดประตูออกมา และนี่ดูเหมือนจะเป็นครั้งแรกในชีวิตที่เจมส์รู้สึกว่าพ่อได้รับฟังสิ่งที่เขาต้องการจะพูด 

การสื่อสารความรู้สึกระหว่างกัน และการกำหนดกติกาของการทะเลาะในครอบครัวถือเป็นเคล็ดลับสำคัญในการดำรงชีวิตคู่ให้ยืนยาวตลอดรอดฝั่ง และมันจะเป็นจุดเริ่มต้นของกติกาอื่นๆ ในครอบครัวเมื่อสมาชิกขยายเพิ่มจากคุณและเขา กลายเป็น “พวกเรา” 

สามี-ภรรยา เป็นหน่วยของครอบครัวที่มีความสำคัญ พวกเขาเป็นตัวเชื่อมระหว่างครอบครัวดั้งเดิมของแต่ละฝ่าย และครอบครัวใหม่ที่จะสร้างร่วมกัน ดังนั้น คู่ชีวิตที่ไม่ว่าจะทำธุรกิจด้วยกันหรือไม่ก็ตาม รวมไปถึงสมาชิกครอบครัว ที่อาจต้องทำงานใกล้ชิดกันหรือร่วมเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจครอบครัว จึงมีโอกาสขัดแย้งซึ่งอาจนำไปสู่การทะเลาะวิวาทแยกทางกันได้สูง ไม่ว่าจะเป็นการแยกครอบครัวหรือแยกธุรกิจ 

สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นผลลัพธ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิด ลองคิดซักนิดว่าการลองสร้าง กติกาของการอยู่ร่วม กติกาของการทะเลาะกัน รวมไปถึงกติกาของการดำเนินธุรกิจร่วมกัน อาจเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าคุ้มเวลาที่สุดของธุรกิจครอบครัวคุณ หากมันจะป้องกันการเกิดผลลัพธ์เหล่านั้นได้ เริ่มต้นที่สามี-ภรรยา หากสร้างกติกาให้ชีวิตคู่ยั่งยืนแข็งแรง ย่อมส่งผลดีต่อธุรกิจครอบครัวให้ยั่งยืนแข็งแรงเช่นกันครับ 


สรุปประเด็นสำคัญ

การพิชิตความขัดแย้งระหว่างสามีภรรยาเริ่มต้นจากกระบวนการ 3 ข้อ ดังนี้

  1. ตีกรอบของปัญหา - ดึงออกมาให้ได้ว่าอะไรคือสิ่งที่อยู่ในสมองและในใจของแต่ละฝ่าย กรองเอาอารมณ์ที่อยู่ในคำพูดของแต่ละคนออกไป

  2. สื่อสารทางอารมณ์ - เมื่อรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่อยู่ในใจของตนเอง สื่อมันออกไปว่าฉันคิดอะไร ฉันต้องการอะไรกันแน่

  3. กำหนดกติกาของการทะเลาะใหม่ - ระมัดระวังกติกาซ้อนเร้นของคู่สมรสของคุณ เพราะมันอยู่กับเขามานานมาก สามีภรรยาเมื่อมาสร้างครอบครัวใหม่ร่วมกัน พวกเขาจะต้องกำหนด“กติกาใหม่” ในการทะเลาะกัน!


Family Business Society / การเงินธนาคาร

ฉบับ 400 / สิงหาคม 2558

File: Fam Society 400



นวพล วิริยะกุลกิจ ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาธุรกิจครอบครัว ผู้บริหารสถาบัน แฟมิลี่ บิสสิเนส เอเชีย (Family Business Asia) และเป็นผู้อำนวยการร่วมของหลักสูตร “Happy Family, Healthy Business” โดยสถาบัน แฟมิลี่ บิสสิเนส เอเชีย และ โรงเรียนพัฒนาผู้นำและสร้างสันติธรรม รักสคูล แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับ นวพล ได้ที่ nv@familybusinessasia.com


References

  • วันชัย วัฒนศัพท์ “คืนความสุขให้ชีวิตคู่” สิบสองเครื่องมือสู่ความสำเร็จ โรงเรียน พัฒนาผู้นำและสร้างสันติธรรม รักสคูล ขอนแก่น 2015

  • James L. Creighton, How Loving Couples Fight: 12 Essential Tools For Working Through the Hurt. Aslan Publishing, Connecticut USA, 1998


 
 
 

ความคิดเห็น



© Family Business Asia
  • Facebook
  • Instagram
  • TikTok
  • Youtube
bottom of page